ลองรถไฟฟ้า 400 แรงม้า Jaguar I-PACE #IPACE



autolifethailand.tvขอพาแฟนๆ มารู้จัก และลองขับรถยนต์ไฟฟ้า 100% Jaquar i-Pace กันอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งขับ ทั้งชาร์จไฟ ว่ามีปัญหาอย่างไรบ้างในการใช้งานจริง และถึงเวลาของรถไฟฟ้าหรือยัง
Jaquar i-Pace เป็นรถยนต์นำเข้ามากับค่าตัวเริ่มต้นที่ 5.499 ล้านบาท รูปร่างหน้าตาสวยงามพอใช้ แต่ดูไม่ค่อยทันสมัยเท่าไหร่
ขนาดของ Jaguar I-PACE นั้นอยู่ในกลุ่มเดียวกับ BMW X3 ,MercedesBenz GLC Coupe ,Audi Q3
ส่วนหัวใจของ Jaguar I-PACE เป็นพลังงานไฟฟ้า 100 % ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ (2 ตัวแยกด้านหน้ากับด้านหลัง) พร้อมขนาดแบตเตอรี่ Lithium-ion ชนิด Pouch cells มีความจุ 90kWh ให้กำลังรวม 400 แรงม้า แรงบิด 696 นิวตันเมตร วิ่งได้ไกลสูงสุด 470 กิโลเมตร/การชาร์จ 1 ครั้ง ทำความเร็วสูงสุด 200 กิโลเมตร/ชั่วโมง และเร่งความเร็ว 0-100 ได้ใน 4.8 วินาที พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD
สำหรับการชาร์จแบตเตอรี่จาก 0-80 เปอร์เซ็นต์ ใช้เวลาเพียง 20-40 นาที ผ่านเครื่องอัดประจุไฟฟ้ากระแสตรง DC (Quick charge) หรือ ภายในเวลาประมาณ 10 ชั่วโมง ด้วยเครื่องอัดประจุไฟฟ้ากระแสสลับ AC (Home wall box)
สมรรถนะการขับขี่ ต้องบอกว่า แรง!! อย่างเทพเลยครับ เป็นรถที่มีพละกำลังมหาศาลทีเดียว ยากที่รถยนต์ในกลุ่มเครื่องยนต์สันดาบในจะสามารถมาแข่งขันได้
อัตราเร่งหลังติดเบาะทำได้ตลอดเวลาที่คุณเหยียบคันเร่ง แต่สิ่งที่ต้องแลกคืออัตราการสิ้นเปลืองที่จะมากกว่าปกติ
ช่วงล่าง แน่นหนึบ แบบไม่ต้องกังวลในเรื่องการเกาะถนน ยิ่งมาจับคู่กับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แล้วยิ่งทำให้เจ้ารถคันนี้วิ่งได้หนึบแน่นที่ไม่กลัวโค้งใดๆ ในเมืองไทย
สำหรับปัญหาที่ต้องเจอะเจอ คือสถานีชาร์จไฟ ที่มีน้อยเหลือเกิน เพราะหากเราชาร์จที่สถานีชาร์จไฟ ด้วยหังชาร์จแบบ AC (ที่ใช้ชาร์จรถ Plug in Hybrid) ต้องใช้เวลานานถึง 8-10 ชั่วโมง
แต่หากชาร์จผ่านหัวชาร์จ DC (กระแสตรง) ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมง แบตฯเต็ม 100% หากใช้เวลาชาร์จ 30 นาที แบตฯเต็ม 80%
ซึ่งในวันนี้ ประเทศไทยเอง ยังขาดแคลนสถานีชาร์จแบบ DC อยู่ทำให้การเดินทางไกลด้วย Jaguar I-PACE หรือรถ EV ยี่ห้ออื่นๆ เป็นไปด้วยความยากลำบาก
และนั่นคือข้อจำกัดของรถไฟฟ้าเมืองไทย ว่าจะเกิดในบ้านเราได้เร็วเพียงใด
ถามว่ารถดีหรือไม่ บอกได้เลยว่าดีมาก ขับสนุก แรง เร้าใจ โคตรน่าใช้ แต่ติดปัญหาคือ สถานีชาร์จ ทำให้รถคันนี้ยังกลายเป็นของเล่นคนรวยในช่วงนี้ไปก่อน เพราะมันต้องเป็ฯรถคันที่ 2 คันที่ 3 ในบ้าน ยังไม่ใช่คันหลักเพียงคันเดียวในบ้าน
#JAQUARiPACE #iPaceEV #JaquarLandroverThailand #autolifethailand #JAQUAR

35 Replies to “ลองรถไฟฟ้า 400 แรงม้า Jaguar I-PACE #IPACE”

  1. Lilpreaw

    รอซื้อมือ2 จะดีกว่าถูกทั้งตัวรถและเเบตที่เปลี่ยนใหม่

  2. Lilpreaw

    รถแรงแบบนี้ควรติดตั้งเจนเรเตอร์เพื่อดึงกระเเสไฟฟ้ากลับเข้าสู่แบตเตอรีได้

  3. สมบรูณ์ จันทร์สุขศรี

    ผมขับรถไม่เป็นหลอกครับ แต่ผมชอบชมคุณนิธิที่รีวิวรถทุกค่ายได้ดีมากๆอะไรตรงไหนไม่ดีก็บอกว่าไม่ดี
    ตรงไหนดีก็บอกว่าดี ชอบมากๆครับ

  4. kokokr1

    2ปีนี้ รถไฟฟ้า100%แบบนี้อาจยังเป็นแค่ของเล่นของพวกคนรวยอยู่ เพราะอะไรอีกหลายอย่าง เรื่องราคารถ เรื่องหาแหล่งเติมพลังงาน ยาก คนทั่วๆไปที่ระดับกลาง (ที่มีกำลังทรัพย์) จะซื้อรถแบบนี้มาใช้ในชีวิตประจำวัน ในอีก2ปีข้างหน้ายังยากเลยครับ ถ้าจุดเติมพลังงานมีน้อย และยิ่งคนระดับล่าง มนุษย์เงินเดือนพอใช้ ที่พอมีเงินไม่กี่แสนในการซื้อรถ บอกเลยว่าอีก8ปีคนพวกระดับล่างนี้ ก็ยังไม่สามา ครอบครองรถ ราคานี้ได้ และไม่มีเหตุผลพอที่พวกเขาควรจะซื้อ สรุปว่า รถพลังงานไฟฟ้า100% ใน2ปีนี้ ยังเหมาะแก่หลุ่มคนรวย ที่มีเงินเหลือใช้ คนระดับ กลาง ยังไม่ตอบโจทย์

  5. Birdyman Yong

    อยากลองรถไฟฟ้าซักครั้งจัง ทอร์คมาเต็มที่รอบ0ความรู็สึกมันจะเป็นยังไงน้อ

  6. Amy Sumataphan

    คุณนิธิ สามีพี่ใช้เทสล่าค่ะ ตอนนี้พี่ใช้Audi S4 กำลังเปลี่ยนรถ สามีจะให้ใช้เทสล่าแต่พี่ไม่ชอบ วันนี้เธอมาบอกจากัวร์มีไฟฟ้าแล้ว พี่ขอถามว่าจากัวร์ พอช และเทสล่า ชอบตัวไหนค่ะ แนะนำด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

  7. Yaicasanovy Pung

    Jaguar I-PACE เป็นรถยนต์ เทคโนโลยีทันสมัย

    พี่นิธิทำวีดีโอ ท่ามกลางธรรมชาติ สวยมากเลยค่ะ (Y)

    ภายในรถกว้าง ดูสะอาด การขับดูนิ่ง ดูกำลังรถดีค่ะ

    เยี่ยมไปเลยค่ะ น่าสนใจ (Y) https://www.dcarrent.com

    รบกวนฝากเพจเช่ารถราคาถูก 400 บาทต่อวัน 11,000ต่อเดือน ด้วยนะคะ กทม.,นนท์ ค่ะ

    https://www.facebook.com/bangkokcarrental Thank you ขอบคุณค่ะ autolifethailand <3

  8. Barame Chuenniran

    รถติด มอเตอร์ไฟฟ้าจะไม่ทำงานครับ จะทำงานเฉพาะแอร์ เพราะฉะนั้น อัตราการบริโภคไฟฟ้า (consumption) น้อยมากๆครับ ถ้ามาเปรียบเทียบกับวิ่งระยะไกลๆ วิ่งระยะไกลๆ แช่ไว้จะกินไฟเยอะกว่ารถติดมากครับ ถ้ารถติดนานๆ ก็เปรียบเสมือน รถที่ที่จอดไว้ เปิดแต่แอร์ครับ อีกอย่าง แอร์ใช้ไฟน้อยครับ ไม่เกิน 1000 w ครับถ้าอากาศร้อนจัดๆ ยิ่งอากาศเย็น ก็ยิ่งประหยัดไฟครับ

  9. โชค นําทาง

    ต้อง​ถาม​รัฐบาล​เตรียม​ความพร้อม​ได้​แค่​ไหน​ที่​อยาก​ให้​บ้านเมือง​ไร้​มลพิษ​หันมา​ใช้​รถ​ไฟฟ้า​กัน​ ต้อง​ใช้​สมอง​หน่อย

  10. Top 10

    เวลาขับไป น่าจะใช้ลมในการชาจไฟคืนด้วย เพื่อไปได้ไกลมากขึ้น

  11. Swat K.Wanich

    เห็นด้วยครับรัฐขี้โม้ บริษัทรถก็สร้างภาพ ทุกวันนี้มันเป็นแค่ของเล่นคนรวย จนกว่าจะมีตู้ชาร์จทุกปั๊ม ชาร์จแต่ละทียุ่งยากโหลดแอพจองคิว แถมมีจุดน้อยมาก
    เออสงสัยครับ รุ่นนี้มันเปิดเสียงสังเคราะห์ได้ไม่ใช่หรอครับ เซนส์ของเบรคไม่ดีจริงหรือป่าวครับ

  12. Yohan Saengkrajangrat

    ถ้ามีการถอดแบ็ตสวมแบ็ตได้คงดี มีสัก2-3ก้อน ชาจให้เต็ม พอหมดล่ะเปลี่ยนก้อน2 ก้อน3 คงดี 555
    แต่ตอนนี้รถไฟฟ้าคงเหมาะสำหรับคนเมืองมากกว่า

  13. Anas S

    ไม่มีเครื่องยนต์แล้วอยากรู้ว่าเชคระยะราคาจะถูกกว่าไหมเพื่อแพงกว่า

  14. Teerapol Poo

    อีกแปดปี รถไฟฟ้าคงวิ่งได้สองพันกิโลต่อการชาร์ตหนึ่งครั้งแล้ว

  15. สวนลุงใหญ่ สมาทฟาร์ม

    ถ้าให้หมดกังวลน่าจะผลิตมาแบบ2ระบบ​ น้ำมันกับไฟฟ้า.. ตอนขึ้นเขาลงห้วยใช้น้ำมัน​ ทางตรงใช้ไฟฟ้า​ ตอนขับน้ำมันก็ชาร์ทไฟฟ้าเข้าแบตได้อีก​

  16. soulwingzs

    ปัญหาหลักคือสถานีชาร์จไฟอย่างที่บอกอะแหละ ขนาดสถานีเติม NGV / LPG ยังมีไม่หลากหลายทั่วประเทศเลย รออีก10ปีนะ ยาวๆไป

  17. สมชาติ เกษชายทอง

    สวัสดีครับ สวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๓ เสียงดัง ฟังชัด ครบถ้วนทุกรายละเอียด สถานที่ดีมีธรรมชาติครบ พร้อมนกกะแตแต้แว๊ด น่าฟังออก อยากได้ครับ ขอเวลาสักระยะให้พัฒนาให้เรียบร้อยอีกนิด สนใจครับ
    ขอบคุณมากครับ

  18. Chai N

    ชาร์จนานเกินเสียเวลากว่า2ชั่วโมง วิ่งเร็วก็จริงแต่ประเทศไทยห้ามเกิน90 รถไฟฟ้าเริ่มเข้ามาแต่ปัญหาคือเรื่องชาร์จไฟ. จะนานไปไหน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *